วันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2561

วิธีทำขนมเบื้อง
1. ให้เทผสมแป้งข้าวเจ้ากับแป้งถั่วเขียวหรือถั่วเขียวบดเข้าด้วยกันในภาชนะ พร้อมคลุกผสมให้เข้ากันด้วยมือหรืออาจใช้การเทผสมกันแล้วค่อยร่อนผ่านตะแกรง
2. เติมนํ้าปูนใส น้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ และไข่แดงลงผสม พร้อมกวนให้เข้ากันจนได้น้ำแป้งหนืด ก่อนทิ้งไว้สักพัก 10-15 นาที
3. ช่วงที่พักน้ำแป้งไว้ให้ทำการผสมครีมทาหน้าขนม โดยใช้เครื่องปั่นตีผสมไข่ขาว น้ำตาล และครีมออฟทาร์ทาร์เข้าด้วยกันจนได้เนื้อครีมพองฟูขึ้น
4. ตั้งกระทะเหล็ก โดยใช้ไฟอ่อนๆ ก่อนตักน้ำแป้งเทลงบนแผ่นกระทะ และละเลงให้เป็นแผ่นวงกลมบางๆ
5. เทหยอดครีมแต่งหน้าลงบนแผ่นขนมเบื้อง และปล่อยทิ้งไว้ให้สุก
6. โรยหน้าด้วยเครื่องผสมตามต้องการ อาทิ ฝอยทอง กุ้งบด หมูหยอง เป็นต้น ก่อนใช้ที่แซะแผ่นขนมจากด้านล่าง แล้วพลิกพับทับเป็นครึ่งวงกลมหรือเป็นรูปสามเหลี่ยมตามต้องการ
7. ตักแผ่นขนมเบื้องออกมาใส่ภาชนะรอให้อุ่นก่อนรับประทาน
2. เติมนํ้าปูนใส น้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ และไข่แดงลงผสม พร้อมกวนให้เข้ากันจนได้น้ำแป้งหนืด ก่อนทิ้งไว้สักพัก 10-15 นาที
3. ช่วงที่พักน้ำแป้งไว้ให้ทำการผสมครีมทาหน้าขนม โดยใช้เครื่องปั่นตีผสมไข่ขาว น้ำตาล และครีมออฟทาร์ทาร์เข้าด้วยกันจนได้เนื้อครีมพองฟูขึ้น
4. ตั้งกระทะเหล็ก โดยใช้ไฟอ่อนๆ ก่อนตักน้ำแป้งเทลงบนแผ่นกระทะ และละเลงให้เป็นแผ่นวงกลมบางๆ
5. เทหยอดครีมแต่งหน้าลงบนแผ่นขนมเบื้อง และปล่อยทิ้งไว้ให้สุก
6. โรยหน้าด้วยเครื่องผสมตามต้องการ อาทิ ฝอยทอง กุ้งบด หมูหยอง เป็นต้น ก่อนใช้ที่แซะแผ่นขนมจากด้านล่าง แล้วพลิกพับทับเป็นครึ่งวงกลมหรือเป็นรูปสามเหลี่ยมตามต้องการ
7. ตักแผ่นขนมเบื้องออกมาใส่ภาชนะรอให้อุ่นก่อนรับประทาน

วิธีทำขนมต้ม
1.ผัดไส้ก่อนใส่ มะพร้าวขูด น้ำตาลปีบ เกลือ น้ำกะทิ น้ำใบเตย ในกระทะ แล้วกวนไฟอ่อนๆ กวนไปเรื่อยๆ จนมะพร้าวแห้ง ไม่ติดกระทะ ไส้มะพร้าวสุกดีแล้วก็ ยกลงมาพักไว้ให้เย็น
- 2.ไส้ขนมต้มเย็นลงแล้ว ก็ปั้นเป็นลูกเล็กๆเตรียมไว้
- 3.นำแป้งข้าวเหนียวใส่ชาม เติมน้ำใบเตย และกะทิลงไป นวดให้เข้ากัน ให้แป้งนิ่มๆ
- 4.ตั้งหม้อใส่น้ำ นำไปต้มให้เดือด จากนั้น นำแป้งมาห่อไม้ขนมต้มที่ปั้นไว้ ปั่นเป็นกลมๆ จากนั้นใส่ลงไปในหม้อน้ำเดือด เมื่อขนมต้มสุกแล้ว มันจะลอยขึ้นมาเอง
- 5.นำขนมต้มที่สุกแล้วมาคลุกกับมะพร้าวขูกที่เตรียมไว้ จัดใส่จานพร้อมเสิร์ความหวานแบบไทยๆ

วิธีทำขนมหม้อตาล
1. เตรียมแป้งที่จะไปใช้ทำเป็นตัวหม้อ โดยผสมแป้งกับไข่แดง, น้ำมันพืช และ น้ำ (3-4 ช้อนโต๊ะ) นวดไปเรื่อยๆ จนเข้ากันดี ถ้าตัวเนื่อแป้งแห้งเกินไป สามารถเติม น้ำเพิ่มได้นิดหน่อย เมื่อนวดเข้าที่แล้ว นำผ้าขาวบางเปียกน้ำหมาดๆมาคลุมแป้งไว้ เพื่อเตรียมนำไปปั้น
2. นำแป้งที่นวดเตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่ง มากดใส่แบบ เพื่อทำเป็นตัวหม้อ โดยเอา แป้งมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ และนำไปกดใส่ในแบบ ใช้ไม้กดรูตรงกลาง เพื่อให้เป็นช่อง สำหรับไว้หยอดน้ำตาลภายหลัง เสร็จแล้ว แกะแบบ ค่อยๆ แคะแป้งที่เป็นรูปทรงหม้อ ออกจากแบบ ทำทีละอันเสร็จแล้ววางทิ้งไว้ เพื่อรอนำไปอบ (ถ้ามีเวลา อาจปั้นแป้งทำ หูหม้อเพิ่มได้ ตัวหม้อก็จะสวยงามขึ้น)
3. นำแป้งที่กดเป็นรูปทรงหม้อ ไปเข้าเตาอบ โดยอบที่อุณหภูมิประมาณ 350 องศา ฟาเรนไฮต์ ประมาณ 20 นาที หรือจนสุกทั่ว จึงนำออกจากเตาอบ
4. นำตัวหม้อที่สุกดีแล้ว ไปเรียงใส่โหล หรือภาชนะปิด เพื่ออบควันเทียน ซึ่งถ้ามีเวลา ควรอบควันเทียนทิ้งไว้หนึ่งคืน แต่ถ้ารีบ ก็ควรอบทิ้งไว้อย่างน้อยสัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งมีกลิ่นหอม ก่อนนำไปหยอดน้ำตา
5. ทำน้ำตาลสำหรับหยอดในขนม โดยนำน้ำตาลผสมกับน้ำ (1-2 ช้อนโต๊ะ) และสีผสมอาหาร ค่อยเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จนน้ำตาลละลายดีเป็นยางมะตูม จึงนำไปหยอดในตัวแป้งรูปทรงหม้อ ที่ผ่านการอบควันเทียนแล้ว ทำทีละสี ตามที่ต้องการ ทิ้งไว้จนน้ำตาลเย็นและแข็งตัว
6. จัดขนมหม้อตาลใส่จาน เสริฟเป็นของว่างในวันสบายๆ หรือจะเก็บใส่ภาชนะมิดชิด เพื่อไว้รับประทาน ภายหลังก็ได้
4. นำตัวหม้อที่สุกดีแล้ว ไปเรียงใส่โหล หรือภาชนะปิด เพื่ออบควันเทียน ซึ่งถ้ามีเวลา ควรอบควันเทียนทิ้งไว้หนึ่งคืน แต่ถ้ารีบ ก็ควรอบทิ้งไว้อย่างน้อยสัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแป้งมีกลิ่นหอม ก่อนนำไปหยอดน้ำตา
5. ทำน้ำตาลสำหรับหยอดในขนม โดยนำน้ำตาลผสมกับน้ำ (1-2 ช้อนโต๊ะ) และสีผสมอาหาร ค่อยเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จนน้ำตาลละลายดีเป็นยางมะตูม จึงนำไปหยอดในตัวแป้งรูปทรงหม้อ ที่ผ่านการอบควันเทียนแล้ว ทำทีละสี ตามที่ต้องการ ทิ้งไว้จนน้ำตาลเย็นและแข็งตัว
6. จัดขนมหม้อตาลใส่จาน เสริฟเป็นของว่างในวันสบายๆ หรือจะเก็บใส่ภาชนะมิดชิด เพื่อไว้รับประทาน ภายหลังก็ได้

วิธีการทำลูกชุบ
1. นำถั่วเขียวไปแช่น้ำ 3-4 ชั่วโมง
2. แล้วนำไปนึ่งจนสุก
3. นำถั่วไปผสมกับกะทิและน้ำเปล่าแล้วปั่นให้ละเอียด
4. ตั้งกระทะใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน แล้วนำถั่วที่ได้ไปกวนในกะทะ 1 ชั่วโมง และใส่น้ำตาลและเกลือ
5. กวนต่ออีก 1 ชั่วโมง ด้วยไฟกลางค่อนไปทางอ่อน…จนถั่วร่อนอออกจากกะทะและจับไม่เป็นก้อน
ขนมไทย

ขนมไทย เป็นขนมหวาน มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถือเป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติซึ่งอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน ในสมัยก่อนขนมไทยจะทำเฉพาะเวลามีงานสำคัญเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นในงานเทศกาล งานประเพณี งานทางศาสนา หรือการประกอบพิธีกรรมต่างๆ แต่ที่เห็นมีขนมหลากหลายกินทุกวัน หลังสำรับคาวหวานหรือกินเป็นของว่าง ก็ล้วนแต่คิดประดิดประดอยขึ้นภายหลังแล้วทั้งสิ้น รวมถึงขนมจากต่างชาติที่เข้ามาโดยผ่านความสัมพันธ์ทางการเมือง ก็ถูกดัแปลง ให้มีรูปรส ลักษณะเป็นแบบไทยๆจนบางทีนึกกันไปว่าเป็นขนมไทยแท้ดั้งเดิมก็มี แต่แท้ที่จริงแล้วขนมไทยแท้ๆนั้น จะมีส่วนประกอบเพียงสามอย่าง คือ แป้ง น้ำตาล มะพร้าว โดยการทำขนมไทยนี้เป็นการบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของคนไทย ในเรื่องความอดทนใจเย็น ละเอียดลออ และช่างสังเกต ทั้งยังได้แฝงความหมายอันลึกซึ้งไว้ในชื่อของขนมไทยแต่ละชนิดด้วย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)